จังหวัดกาญจนบุรี จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ภายใต้โครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12”
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 จังหวัดกาญจนบุรี จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ภายใต้โครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ” ณ บริเวณลานอังกะลุง โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายฑรัท เหลืองสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายแพทย์ธีรพจน์ ฟักน้อย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
นายแพทย์พลภัทร สุลีสถิระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา กล่าวรายงานว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตและความพิการของประชาชน โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การป้องกันปัจจัยเสี่ยง การสังเกตอาการเตือน และการเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความสูญเสียและผลกระทบจากโรค
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผ่านนิทรรศการพระราชกรณียกิจ ควบคู่กับการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว ตลอดจนส่งเสริมการออกกำลังกายและการมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
ภายในพิธี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำผู้เข้าร่วมพิธีแสดงความจงรักภักดี ก่อนเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความเสี่ยงอัมพาต จังหวัดกาญจนบุรีขอเชิญชวนประชาชนใส่ใจป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ รับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หากพบอาการเตือน “หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด” ให้รีบโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที เพราะการเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความพิการได้
แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 ร่วมสร้างสังคมสุขภาพดี ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง
#แสงนำใจไทยทั้งชาติ #เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่12 #โรคหลอดเลือดสมอง #Stroke #สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
พพ. มุ่งสู่เมืองกาญจน์ จัดสัมมนา “รู้ก่อนติด เลือกอย่างมั่นใจ ใช้โซลาร์อย่างปลอดภัย” ปักหมุดยกระดับ Solar Rooftop สู่พลังงานสะอาดที่คุ้มค่า ปลอดภัย และยั่งยืน
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จัดงานสัมมนา “รู้ก่อนติด เลือกอย่างมั่นใจ ใช้โซลาร์อย่างปลอดภัย” ณ ห้องอาเซียน 1 อาคารอาเซียน โรงแรมพรีลูดส์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวพัชรี จงรักษ์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก
การสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจุดประกายความพร้อมให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการภาคธุรกิจที่กำลังปลดล็อกศักยภาพการใช้พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้เชิงลึกที่ถูกต้องในทุกมิติ ทั้งการประเมินความคุ้มค่า การเลือกใช้อุปกรณ์เกรดมาตรฐาน เทคนิคการติดตั้งที่ปลอดภัยสูงสุด ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค เพื่อเปลี่ยนทุกพื้นที่หลังคาให้กลายเป็นพลังงานสะอาดที่ช่วยลดภาระค่าไฟได้อย่างเป็นรูปธรรมและยาวนาน ภายในงานยังอัดแน่นด้วยไฮไลต์สุดเข้มข้น เช่น การบรรยายพิเศษหัวข้อ “Solar Rooftop ทางเลือกใหม่...ลดค่าไฟอย่างคุ้มค่า” จาก พพ. ต่อด้วยเวทีเสวนาสุดพิเศษ โดยเป็นการผนึกกำลังระหว่างผู้แทนจาก 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ พพ., กฟภ., วสท. และ สคบ. ในหัวข้อ "ติด Solar Rooftop อย่างไร...ให้คุ้มค่า ปลอดภัย และมั่นใจ ตลอดอายุการใช้งาน" ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “คลินิกพลังงาน” ที่เปิดโต๊ะให้คำปรึกษา ไขทุกข้อสงสัยและตอบโจทย์การใช้งานจริงของทุกคนอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตของพลังงานสะอาดในประเทศไทยอย่างมั่นใจและยั่งยืน
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ ข่าว/ภาพ
จังหวัดกาญจนบุรี เดินหน้าประชุม กรอ. ครั้งที่ 5/2569 บูรณาการภาครัฐ-เอกชน ติดตามภาวะเศรษฐกิจ พร้อมเร่งขอมติฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยภายในเดือนตุลาคม เพื่อรักษาการจ้างงานและรองรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี
วันนี้ (22 ตุลาคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรี (กรอ.จังหวัดกาญจนบุรี) ครั้งที่ 5/2569 ร่วมกับคณะอนุกรรมการกลุ่มภารกิจ (Cluster) จังหวัดกาญจนบุรี ด้านเศรษฐกิจ โดยมี นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สรุปผลการดำเนินงาน และร่วมพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆ ของจังหวัดกาญจนบุรี
สำหรับการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรม และแนวทางแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนงานวิชาการเพื่อต่อสู้โรคใบด่างมันสำปะหลัง ซึ่งมีแผนส่งเสริมเกษตรกรผลิตและขยายพันธุ์ท่อนพันธุ์ต้านทานโรค ได้แก่ อิทธิ 1, 2 และ 3 รวมถึงพันธุ์ทนทาน ได้แก่ เกษตรศาสตร์ 50, ระยอง 72 และห้วยบง 60 โดยตั้งเป้าหมายขยายพื้นที่ปลูกพันธุ์ต้านทานเพิ่มขึ้นเป็น 800 ไร่ ในปี 2570 และ 4,000 ไร่ ในปี 2571 และขยายต่อเนื่องถึง 10,000 ไร่ ในปี 2572 พร้อมจัดทำโครงการจัดหาท่อนพันธุ์ต้านทานและทนทานรวมกว่า 600,000 ท่อน เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและตัดวงจรโรคระบาดในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ในส่วนของสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจและการค้า ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งส่งสัญญาณขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากอุปสงค์ภาคเอกชน โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวร้อยละ 8.99 สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้และการจดทะเบียนรถใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการค้าชายแดนโดยเฉลี่ยขยายตัว ในขณะที่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 3.87 และการจ้างงานขยายตัวร้อยละ 0.91 ขณะเดียวกัน สถิตินิติบุคคลคงอยู่ ณ เดือนกันยายน 2569 มีจำนวน 5,417 ราย ทุนจดทะเบียนรวมกว่า 37 ล้านบาท ซึ่งประเภทธุรกิจที่มีผู้ประกอบการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างทั่วไป, โรงแรม รีสอร์ตและห้องชุด และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ในเดือนกันยายน 2569 จำนวน 68 ราย ทุนจดทะเบียน 93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ มูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมา เดือนกันยายน 2569 มีมูลค่าค้ารวม 5,831.07 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 1,297.55 ล้านบาท และนำเข้า 4,533.52 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ กากถั่วเหลือง, เครื่องดื่มชูกำลัง, บุหรี่, น้ำมันปาล์ม และกุ้งก้ามกราม
ด้านการท่องเที่ยว ภาพรวมช่วง 8 เดือนแรก (มกราคม - สิงหาคม 2569) มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนรวมกว่า 10 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.45 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.93 และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยร้อยละ 68.97 ทั้งนี้ คาดการณ์แนวโน้มในเดือนพฤศจิกายน 2569 การท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักเนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวสำคัญตลอดเดือน เช่น งานวิ่ง Sangkha Sunset Run, คอนเสิร์ตมโหฬาร The Legend, การแข่งขัน Thailand Earth Trail Series, กราเวลคิง ยูซีไอ กราเวลเวิลด์ซีรีส์, VINTAGE BIKE THAILAND, The Rhythm 6, Ultraman Hero Run Thailand, งานมนตร์เสน่ห์ลอยกระทง ณ เมืองมัลลิกา ร.ศ.124, Asia Harley Day, The Bully Camping Show และงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามผลการดำเนินงาน กรณีการแก้ไขปัญหารถสองแถวบริการนักท่องเที่ยวขับออกนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าพิจารณาในคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด เพื่อกำหนดเส้นทางและแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายร่วมกับภาคเอกชน ขณะที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดกาญจนบุรี ได้รายงานความคืบหน้าการบริหารจัดการพื้นที่ขนถ่ายสินค้าบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอสังขละบุรี เพื่อประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดผลกระทบแก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่
สำหรับผลกระทบจากอุทกภัยกาญจนบุรี ปี 2569 ช่วงที่ผ่านมา ซึ่งกระทบผู้ประกอบการริมน้ำและท่องเที่ยว โดยมียอดยกเลิก/เลื่อนห้องพัก 40-60% คาดสูญเสียรายได้ 100-200 ล้านบาท จึงได้เสนอขอมติ กรอ. เร่งฟื้นฟูในเดือนตุลาคม ผ่านมาตรการพักชำระหนี้ 6-12 เดือน, สินเชื่อฟื้นฟูดอกเบี้ยต่ำ 1-2% โดย บสย. ค้ำประกัน, ลอดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50-75%, ผ่อนผันเงินสมทบประกันสังคม 3-6 เดือน และกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตลอดจนซ่อมแซมเส้นทางและสื่อสารความปลอดภัยก่อนเปิดบริการ ทั้งนี้ การฟื้นฟูทันฤดูท่องเที่ยวจะช่วยรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว รายได้ และการจ้างงานของจังหวัด โดยเสนอให้จังหวัดกาญจนบุรีเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
.
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว/ภาพ
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
จังหวัดกาญจนบุรี จัดพิธีถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย
วันนี้ (21 ตุลาคม 2569) เวลา 08.30 น. นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปี 2569 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ตำรวจ ทหาร นักเรียน และประชาชนร่วมพิธีฯ ณ พระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พุทธศักราช 2443 ที่จังหวัดนนทบุรี และสวรรคต ในวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พุทธศักราช 2538 รวมพระชนมายุ 94 พรรษา ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนนานัปการ ทรงพระราชทานความเมตตาต่อชนทุกชั้น ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา ทรงเอื้ออาทรต่อผู้ทุกข์ยาก ผู้เดือดร้อนโดยถ้วนทั่ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่ห่างไกล ในท้องถิ่นทุรกันดารโดยเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยมเยียน สอดส่องดูแล ด้วยพระองค์เองทุกหนแห่ง พระองค์ทรงเป็น “พระมารดาแห่งการสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย” โดยแท้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเพียรพยายามนำธรรมชาติกลับคืนสู่แผ่นดิน และทรงช่วยยกฐานะ สภาพความเป็นอยู่ของผู้ยากไร้ โดยโครงการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการของมูลนิธิอื่น ๆ เปรียบได้ดังดวงประทีปที่โชติช่วง ให้ทั้งความอบอุ่น และสว่างไสว แก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วทั้งประเทศ พระบุญญาธิการ พระคุณูปการ และพระคุณธรรมล้ำเลิศเป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั้งหลาย ทั่วทั้งแผ่นดิน พระเมตตาของพระองค์ยังแนบสนิท อยู่ในดวงใจ ของผองเผ่าไทยทั่วทุกสารทิศ
#สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว/ภาพ
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
วันนี้ (16 ตุลาคม 2569) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมน้อมนำพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มาสู่พสกนิกรที่ประสบอุทกภัย
ในการนี้ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี ให้การต้อนรับ
เวลา 13.50 น. พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางถึง โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเข้าร่วมประชุมและรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ณ ห้องประชุมโรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม
จากนั้น เวลา 15.00 น. องคมนตรีเดินทางไปยังศาลาอเนกประสงค์ วัดดอนสว่าง ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย โดยมี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวต้อนรับ รายงานสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ต่อมา องคมนตรีได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ พร้อมเชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 997 ชุด มอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย จำนวน 3 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้
จังหวัดกาญจนบุรีรายงานสถานการณ์อุทกภัย โดยมีฝนตกสะสม น้ำในแม่น้ำบางสายเพิ่มสูงขึ้น และมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ได้รับผลกระทบ 13 อำเภอ 92 ตำบล 908 หมู่บ้าน รวม 9,745 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 73,096 ไร่ ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณอยู่ที่ร้อยละ 96.83 และเขื่อนศรีนครินทร์ร้อยละ 98.59 ของความจุอ่าง จังหวัดได้บูรณาการทุกหน่วยงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 4 อำเภอ 15 แห่ง สนับสนุนอาหาร ถุงยังชีพ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรกล พร้อมเร่งระบายน้ำและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของประชาชน
ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
จังหวัดกาญจนบุรีประกอบพิธีเนื่องในวันนวมินทรมหาราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทย
วันนี้ (13 ตุลาคม 2569) เวลา 07.30 น. ที่ศาลา 60 พรรษามหาราช อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและพิธีวางพวงมาลา เนื่องใน ”วันนวมินทรมหาราช” ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
เนื่องด้วยวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรว่า "วันนวมินทรมหาราช" ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณา
ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ ตั้งแต่พุทธศักราช 2489 ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต เมื่อพุทธศักราช 2559 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน ชาวสยาม" อีกทั้งทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทรงริเริ่มโครงการด้านการพัฒนาชนบท หลากหลายโครงการ ทั้งโครงการที่เกี่ยวกับดิน น้ำ ป่าไม้ การประมง และการปศุสัตว์ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญ สำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและยังเป็นการวางรากฐาน สำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทำให้ประเทศไทยมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการส่วนพระองค์ โครงการตามพระราชประสงค์ จำนวน 4,741 โครงการ และมีศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในทุกภูมิภาคของประเทศ กิจที่ยังประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์มากมายเหลือคณานับ ได้แก่ พระราชกรณียกิจด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรดิน การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ด้านการคมนาคม ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านการศาสนา ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย ด้านการเจริญพระราชไมตรีกับต่างประเทศ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ข่าว ภาพ
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
จังหวัดกาญจนบุรี จัดประชุมแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำจังหวัดกาญจนบุรี
วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) เวลา 08.00 น.ที่ห้องประชุมแควน้อย ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายฑรัท เหลืองสอาด นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และประชุมแก้ไขปัญหาสภานการณ์น้ำจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ที่ประชุมได้หารือแนวทางเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยมอบหมายให้เทศบาลเมืองปากแพรกและเทศบาลเมืองกาญจนบุรีเร่งดำเนินการติดตั้งและเดินเครื่องสูบน้ำในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง พร้อมตรวจสอบและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเฉพาะบริเวณทางรถไฟที่มีท่อระบายน้ำขนาดเล็ก รวมถึงพิจารณาขุดลอกและขยายช่องทางระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
สำหรับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน ที่ประชุมได้รับรายงานว่า เขื่อนศรีนครินทร์มีปริมาณน้ำไหลเข้าประมาณ 90 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันถัดไป ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ์มีปริมาณน้ำไหลเข้าไม่มากนัก โดยที่ประชุมเห็นชอบแนวทางเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์จาก 10 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 15 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มเป็น 20 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันถัดไป พร้อมให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประเมินผลกระทบและประสานปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ให้สอดคล้องกัน เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศระหว่างวันที่ 13–15 ตุลาคม 2569 ซึ่งคาดว่าอำเภอเมืองกาญจนบุรีอาจมีปริมาณฝนประมาณ 140 มิลลิเมตร พื้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ 65–125 มิลลิเมตร และพื้นที่เขื่อนวชิราลงกรณ์ 10–35 มิลลิเมตร จึงเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้แขวงทางหลวงตรวจสอบและเปิดทางน้ำในเขตทางหลวง ประสานการรถไฟแห่งประเทศไทยพิจารณาปรับปรุงช่องทางระบายน้ำบริเวณแนวทางรถไฟ ตลอดจนตรวจสอบปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่กีดขวางทางน้ำ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนและการจราจร
ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือ เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนทั้งสองแห่งอย่างรอบคอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และเตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป
อีกทั้งการประชุมติดตามสถานการณ์ความเสียหายจากอุทกภัย ทั้งด้านประมง ปศุสัตว์ และการเกษตร โดยด้านประมงมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 255 ล้านบาท ขณะที่พื้นที่การเกษตรคาดว่าได้รับผลกระทบครอบคลุม 13 อำเภอ 8,927 ครัวเรือน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนตุลาคม 2569 เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบราชการและโครงการประกันภัยพิบัติภาครัฐ ควบคู่กับการติดตามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว
ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
องคมนตรี ลงพื้นที่สังขละบุรี ติดตามโครงการมูลนิธิภูบดินทร์ฯ พร้อมมอบหนังสือรับรองทำกิน (อส.12ข) ในพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก มุ่งให้ “คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน”
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้นายวุฒิพงษ์ สุภัควินิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา และศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาป่าไม้และชุมชน อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ในการนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการฯ โดยเข้าตรวจเยี่ยมหอพักนักเรียน ณ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา เพื่อติดตามความเป็นอยู่ สุขอนามัย และคุณภาพชีวิตของนักเรียนอย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำและมอบแนวทางการดูแลสวัสดิการนักเรียน เพื่อให้มีความปลอดภัยและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดำเนินชีวิต
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และส่วนราชการจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมสืบสานพระบรมราโชบายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้มีความมั่นคง ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม
จากนั้น พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เดินทางไปยังศูนย์ประสานงานโครงการพัฒนาป่าไม้และชุมชน อำเภอสังขละบุรี เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12ข) ให้แก่ตัวแทนราษฎรในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก
พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณและทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่มรดกโลกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก (บ้านสาละวะ, บ้านไล่โว่, บ้านทิไล่ป้า และบ้านจะแก) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนครอบคลุมทุกมิติ ทั้งระบบการคมนาคม สาธารณูปโภค สาธารณสุข เศรษฐกิจ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม
"การมอบหนังสือรับรอง อส.12ข ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดรูปที่ดินและสร้างความมั่นคงแก่ราษฎร ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันดูแล ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากผืนป่าอย่างถูกต้อง เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ลูกหลานในอนาคต" องคมนตรี กล่าวเน้นย้ำ
ด้านกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เร่งรัดดำเนินงานสำรวจการครอบครองที่ดินและกำหนดแนวเขตบริหารเพื่อการอนุรักษ์ตามกฎหมาย ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก รวม 4 หมู่บ้าน โดยมีรายละเอียดผลการดำเนินงาน ดังนี้: พื้นที่เป้าหมาย: 4 หมู่บ้าน (บ้านสาละวะ, บ้านไล่โว่, บ้านทิไล่ป้า, บ้านจะแก) จำนวนราษฎรที่ผ่านการตรวจสอบ: 202 ราย จำนวนแปลงที่ดิน: 332 แปลง เนื้อที่รวมโดยประมาณ: 4,540.11 ไร่ ตัวแทนรับมอบในพิธี: 20 ราย (คัดเลือกหมู่บ้านละ 5 ราย)
การดำเนินงานดังกล่าวสำเร็จได้ด้วยความร่วมมืออย่างบูรณาการของภาครัฐ ฝ่ายทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันสำรวจและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งในมิติพื้นที่และคุณสมบัติของราษฎร โดยยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ วิถีชีวิตชุมชน และไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนสามารถร่วมกันจัดทำแผนงานหรือโครงการเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ในลักษณะ "แปลงรวม" ให้สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตตามปกติ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับประชาชน ในการร่วมกันกำหนดทิศทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ "คนและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน" สืบไป
ข้อมูล/ภาพ: กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ภาพ:โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา
ภาพ: พลังงานจังหวัดกาญจนบุรี
เรียบเรียงข่าว: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถุงยังชีพแก่ราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอท่ามะกา และอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแก่ราษฎรผู้ประสบภัย จำนวน 535 ถุง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ โดยมี นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอำเภอ จิตอาสาพระราชทาน และราษฎรผู้ประสบภัย เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน
ในการนี้ นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นได้เชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบแก่ผู้แทนแต่ละอำเภอ ได้แก่ นายอำเภอท่ามะกา และนายอำเภอท่าม่วง เข้ารับมอบถุงยังชีพพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ก่อนที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอำเภอทั้งสองอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ จะร่วมกันมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ราษฎรผู้ประสบภัย จำนวน 535 คน (แบ่งเป็น อำเภอท่ามะกา 445 ถุง และอำเภอท่าม่วง 90 ถุง)
การได้รับพระราชทานถุงยังชีพในครั้งนี้ ยังความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ แก่เหล่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ที่ทรงมีพระเมตตาและทรงห่วงใยต่อพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี : ภาพ / ข่าว
********************
พจนินท์ - สุรศักดิ์
สำนักข่าว RNN./ RNN STATION./ The news'22./
ชมรมสื่อสร้างสรรพัฒนาชุมชน./ วิทยุท่องเที่ยวตะวันตก./
นสพ.สื่อสารมวลชน ONLINE./ รายงาน